Category Archives: ข่าววันนี้

ปคม.ล่อซื้อจับร้านโอเกะ

ปคม.ล่อซื้อจับร้านโอเกะลอบค้าประเวณีเด็กต่ำกว่า18

ปคม.ล่อซื้อจับเจ้าของร้านคาราโอเกะปราจีนบุรี พร้อมคนเก็บเงิน ลักลอบค้าประเวณีเด็กสาวต่ำกว่า 18 ปี
เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาวันนี้(27มิ.ย.) ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. พร้อมด้วย พ.ต.อ.มานะ กลีบสัตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.ปัญญา ปิ่นสุข รองผบก.ปคม. พ.ต.อ.อัครเดช เกตุเอี่ยม ผกก.2 บก.ปคม. แถลงผลจับกุม นางฐิติรัตน์ หลิน อายุ 36 ปี และ นายสุทัศน์ ชัยสัมฤทธิ์ อายุ 29 ปี ในข้อหาค้ามนุษย์ โดยแสวงหาประโยชน์มิชอบจากการค้าประเวณี โดยจับกุมได้ร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่ง หมู่ 1 ต.หนองกี่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.กรไชย เปิดเผยว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปคม.ทราบว่าที่ร้านคาราโอเกะดังกล่าว มีการลักลอบค้าประเวณีหญิงสาวอายุตำ่กว่า 18 ปี เข้ามาทำงานและขายบริการจึงได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กบินทร์บุรี และเจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ปราจีนบุรี ได้ร่วมกันวางแผนจับกุม โดยแบ่งกำลังเป็น 2 ชุด คือชุดแฝงตัวเข้าไปใช้บริการ และชุดที่ดักซุ่มอยู่บริเวณใกล้เคียง

จากนั้นชุดล่อซื้อได้ทำการล่อซื้อบริการเพื่อไปร่วมประเวณีหลับนอนจำนวน 2 คน คิดค่าบริการคนละ 2,000 บาท โดยเด็กจะได้ค่าตัวคนละ 1,000 บาท ที่เหลือจะต้องเป็นค่าใช้จ่ายให้กับทางร้าน จากนั้นพนักงานทางร้านได้พาไปที่โรงแรมบ้านตะวันฉาย เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบหญิงสาวในลักษณะนุ่งผ้าเช็ดตัว ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวหญิงสาวขึ้นรถเพื่อนำตัวไปให้เจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.ปราจีนบุรี ทำการคัดแยกเหยื่อ

พล.ต.ต.กรไชย กล่าวต่อว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบร้านคาราโอเกะอีกครั้ง เพื่อเข้าตรวจสอบเงินที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ ทั้งนี้ร้านดังกล่าวมีนางฐิติรัตน์ แสดงตนเป็นเจ้าของร้านและพบนายสุทัศน์ เป็นผู้เก็บเงินที่ทำการล่อซื้อไว้ เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าจับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่งสภ.กบินทร์บุรี เพื่อดำเนินการต่อไป

บิ๊กตู่ ยัน พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์-ปฏิรูป

“บิ๊กตู่”ยัน”พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์-ปฏิรูป”ไม่ขัด”รธน.”

“นายกฯ”ยัน”พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์-ปฏิรูป”ไม่ขัด”รธน.” ระบุที่ผ่านมาถกฝ่ายกฎหมายมาตลอด แขวะ มีแต่นักการเมือง พูดให้มีปัญหา วอน เพลาๆประเด็นการเมือง

27 มิ.ย. 60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณีที่บางฝ่ายยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติและร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีการรับฟังความคิดเห็น ว่า มันไม่ขัดรัฐธรรมนูญหรอก ตนได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายมาตลอด ซึ่งการทำกฎหมายทุกฉบับมีการรับฟังความคิดเห็นมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นสปท. ได้มีการเปิดเวทีรับฟังความเห็นตั้งแต่เริ่มร่าง เมื่อถึงเวลามาพิจารณาในชั้นสนช. เขาก็เปิดรับฟังผ่านเว็บไซต์ยูทูปและสื่อต่างๆ ถือเป็นการรับฟังความคิดเห็นด้วยอยู่แล้ว ก็มีคนตอบโต้ไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตาม ขอถามว่าเรื่องเหล่านี้มีคนสนใจมากน้อยเพียงไหน คงมีแต่นักการเมืองและอะไรต่างๆ ที่มาคอยพูดจาให้มันมีปัญหาทุกเรื่องไป เพราะเขาไม่อยากให้เปลี่ยนแปลงหรือเปล่า ขอให้มองประเด็นนั้นด้วย
นายกฯ กล่าวอีกว่า เขาอาจหวังดีหรือหวังไม่ดี ตนก็ไม่รู้เจตนารมณ์ แต่ที่ผ่านมา ย้อนกลับไปดูก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้ามา มีการสร้างการรับรู้ รับฟังความคิดเห็นมากกว่ารัฐบาลก่อนๆหรือเปล่า อย่าเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตมาไล่ลารัฐบาลนี้
ซึ่งตนคงจะต้องทำความเข้าใจ เพราะยังคับใครไม่ได้มากนัก แม้จะบังคับได้แต่ตนไม่บังคับ เพียงขอให้รับฟังกันบ้าง
บางทีไม่รับฟังกันเลย แล้วไปเอาประเด็นการเมือง ประเด็นก่อนหน้านี้มาโจมตีในวันนี้ ต้องลองเทียบดูว่าวันก่อนได้ทำอะไรอย่างวันนี้หรือเปล่า นั้นคือสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น ต้องปฏิรูปทางความคิดและการปฏิบัติในรูปแบบใหม่ๆ ไม่ใช่เอากฎหมายเดิมทุกอันมา กฎหมายใหม่ทำไม่ได้ กฎหมายเก่าก็ไม่ยอมรับแล้วจะอยู่กันอย่างไร
“ฉะนั้นถ้าจะยื่นศาลก็ยื่นไป จะขัดหรือไม่ขัดเป็นเรื่องของศาล ผมไม่ไปละเมิดศาล เรื่องอะไรก็ตามที่จะเป็นประเด็นทางการเมือง ผมว่าตอนนี้อย่าเพิ่งเลย ให้เขาทำให้จบกันก่อน ทั้งเรื่องไพรมารี่โหวตหรืออะไรต่างๆ เดี๋ยวก็ตีกันไปหมด กรธ. สนช. กลายเป็นทะเลาะขัดแย้งกัน จริงๆ เขาไม่ได้ขัดแย้งกัน ผมถามอาจารย์มีชัยและนายพรเพชรแล้ว ไม่มีขัดแย้ง
เพียงแต่เป็นการแสดงความคิดเห็นพูดคุยกันในสภา แต่กลับเอามาเป็นประเด็นกันทั้งหมดเลยไปกันไม่ได้” นายกฯกล่าว

นายกฯ กล่าวต่ออีกว่า แม้แต่เรื่องบัตรทอง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ ทุกคนก็ทราบอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร ต้องไปว่ากันมาจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น แต่การทำให้ดีขึ้นก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแปลงในระบบการบริหารจัดการใหม่หรือไม่ หรือควรเปลี่ยนแปลงแค่ไหน รัฐบาลไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการออก พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพียงแต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้ดีขึ้นในอนาคตไม่เป็นภาระงบประมาณ ยืนยันว่าไม่ทำให้ทุกคนได้อะไรที่น้อยไปกว่าเดิมเลย ที่จะมีปัญหาคือเรื่องการบริหารงบประมาณทุกส่วนให้ลงสู่ประชาชนให้ได้โดยตรงเสียก่อน ซึ่งอาจจะไม่ยินยอมกันเพราะไม่เข้าใจกัน แต่เดี๋ยวก็คงจะคุยกันได้ สื่ออย่าไปขยายความขัดแย้งให้มากขึ้นเพราะจะทำให้หาทางออกไม่ได้ และทำให้คิดกันว่าแพ้ไม่ดี เดี๋ยวสังคมจะหาว่ายอมแพ้ มันไม่ใช่ เรื่องประเทศชาติไม่ใช่สิ่งที่จะเอาชนะคะคานกัน

ครูหนุ่มตายเปลือย

ครูหนุ่มตายเปลือย ปริศนานานกว่า 2 วัน คาดดื่มสุรามาก

ครูหนุ่มตายเปลือย ปริศนานานกว่า 2 วัน คาดดื่มสุรามาก
วันที่ 27 มิถุนายน ร.ต.อ.สมคิด โพธิ์ขาว พนักงานสอบสวนสภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตชื่อนายอนุ เอี่ยมจันทร์พวง อายุ 42 ปี ครูโรงเรียนบ้านคลองทางหลวง เสียชีวิตอยู่ในบ้านพัก เลขที่ 42/3. ม.6 ต.แหลมบัว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบแล้วจึงพร้อมด้วยพ.ต.อ.สีหเดช. สระกอบแก้ว ผกก.สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม และผู้เกี่ยวข้องรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็น บ้านเลขที่ 42/3 ม.6 ต.แหลมบัว ตรงข้ามโรงเรียนวัดโคกเขมา พบนายอนุ เอี่ยมจันทร์พวง อายุ 42 ปี ครูโรงเรียนบ้านคลองทางหลวง เปลือยกายนั่งขดเสียชีวิตอยู่ในบ้าน ใกล้กันมีถังน้ำ ขวดเหล้า และอาหาร และที่โซฟา มีคราบเลือดและมีกาละมังเปื้อนเลือดอยู่ คาดว่านายอนุ ใช้เป็นที่รองเลือดจากการอาเจียน และมีคราบเลือดและน้ำเหลืองไหลทั่วบ้าน คาดว่าเสียชีวิตมากว่า 2 วันจึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน

เพื่อนบ้านบอกว่าทางโรงเรียนบ้านคลองทางหลวง แจ้งว่านายอนุ ไม่ไปสอน จึงมาตรวจสอบที่บ้าน เห็นว่าไฟฟ้าในบ้านเปิดทั่วบ้าน มีกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้ง จึงร้องเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบรับจึงเปิดประตูเข้าไป พบเสียชีวิตดังปรากฎ

“ ครูเป็นคนชอบดื่มเหล้ามาก เคยมีครอบครัว แต่ด้วยครูชอบดื่มเหล้าเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้ครอบครัวต้องแยกทางกัน และอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวเพียงลำพัง ระยะหลังป่วยเป็นโรคตับแข็ง และอาเจียนเป็นเลือดบ่อยๆ”

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน ให้ส่งศพนายอนุ เอี่ยมจันทร์พวง อายุ 42 ปี ผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิต ที่แท้จริงต่อไป