บิ๊กตู่ ยัน พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์-ปฏิรูป

“บิ๊กตู่”ยัน”พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์-ปฏิรูป”ไม่ขัด”รธน.”

“นายกฯ”ยัน”พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์-ปฏิรูป”ไม่ขัด”รธน.” ระบุที่ผ่านมาถกฝ่ายกฎหมายมาตลอด แขวะ มีแต่นักการเมือง พูดให้มีปัญหา วอน เพลาๆประเด็นการเมือง

27 มิ.ย. 60 – พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณีที่บางฝ่ายยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความร่างพ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติและร่างพ.ร.บ.แผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ขัดรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีการรับฟังความคิดเห็น ว่า มันไม่ขัดรัฐธรรมนูญหรอก ตนได้ปรึกษาฝ่ายกฎหมายมาตลอด ซึ่งการทำกฎหมายทุกฉบับมีการรับฟังความคิดเห็นมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นสปท. ได้มีการเปิดเวทีรับฟังความเห็นตั้งแต่เริ่มร่าง เมื่อถึงเวลามาพิจารณาในชั้นสนช. เขาก็เปิดรับฟังผ่านเว็บไซต์ยูทูปและสื่อต่างๆ ถือเป็นการรับฟังความคิดเห็นด้วยอยู่แล้ว ก็มีคนตอบโต้ไม่ว่ามากหรือน้อยก็ตาม ขอถามว่าเรื่องเหล่านี้มีคนสนใจมากน้อยเพียงไหน คงมีแต่นักการเมืองและอะไรต่างๆ ที่มาคอยพูดจาให้มันมีปัญหาทุกเรื่องไป เพราะเขาไม่อยากให้เปลี่ยนแปลงหรือเปล่า ขอให้มองประเด็นนั้นด้วย
นายกฯ กล่าวอีกว่า เขาอาจหวังดีหรือหวังไม่ดี ตนก็ไม่รู้เจตนารมณ์ แต่ที่ผ่านมา ย้อนกลับไปดูก่อนที่รัฐบาลนี้จะเข้ามา มีการสร้างการรับรู้ รับฟังความคิดเห็นมากกว่ารัฐบาลก่อนๆหรือเปล่า อย่าเอาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตมาไล่ลารัฐบาลนี้
ซึ่งตนคงจะต้องทำความเข้าใจ เพราะยังคับใครไม่ได้มากนัก แม้จะบังคับได้แต่ตนไม่บังคับ เพียงขอให้รับฟังกันบ้าง
บางทีไม่รับฟังกันเลย แล้วไปเอาประเด็นการเมือง ประเด็นก่อนหน้านี้มาโจมตีในวันนี้ ต้องลองเทียบดูว่าวันก่อนได้ทำอะไรอย่างวันนี้หรือเปล่า นั้นคือสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น ต้องปฏิรูปทางความคิดและการปฏิบัติในรูปแบบใหม่ๆ ไม่ใช่เอากฎหมายเดิมทุกอันมา กฎหมายใหม่ทำไม่ได้ กฎหมายเก่าก็ไม่ยอมรับแล้วจะอยู่กันอย่างไร
“ฉะนั้นถ้าจะยื่นศาลก็ยื่นไป จะขัดหรือไม่ขัดเป็นเรื่องของศาล ผมไม่ไปละเมิดศาล เรื่องอะไรก็ตามที่จะเป็นประเด็นทางการเมือง ผมว่าตอนนี้อย่าเพิ่งเลย ให้เขาทำให้จบกันก่อน ทั้งเรื่องไพรมารี่โหวตหรืออะไรต่างๆ เดี๋ยวก็ตีกันไปหมด กรธ. สนช. กลายเป็นทะเลาะขัดแย้งกัน จริงๆ เขาไม่ได้ขัดแย้งกัน ผมถามอาจารย์มีชัยและนายพรเพชรแล้ว ไม่มีขัดแย้ง
เพียงแต่เป็นการแสดงความคิดเห็นพูดคุยกันในสภา แต่กลับเอามาเป็นประเด็นกันทั้งหมดเลยไปกันไม่ได้” นายกฯกล่าว

นายกฯ กล่าวต่ออีกว่า แม้แต่เรื่องบัตรทอง พ.ร.บ.หลักประกันสุขภาพฯ ทุกคนก็ทราบอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร ต้องไปว่ากันมาจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น แต่การทำให้ดีขึ้นก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแปลงในระบบการบริหารจัดการใหม่หรือไม่ หรือควรเปลี่ยนแปลงแค่ไหน รัฐบาลไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการออก พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพียงแต่คิดว่าจะทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้ดีขึ้นในอนาคตไม่เป็นภาระงบประมาณ ยืนยันว่าไม่ทำให้ทุกคนได้อะไรที่น้อยไปกว่าเดิมเลย ที่จะมีปัญหาคือเรื่องการบริหารงบประมาณทุกส่วนให้ลงสู่ประชาชนให้ได้โดยตรงเสียก่อน ซึ่งอาจจะไม่ยินยอมกันเพราะไม่เข้าใจกัน แต่เดี๋ยวก็คงจะคุยกันได้ สื่ออย่าไปขยายความขัดแย้งให้มากขึ้นเพราะจะทำให้หาทางออกไม่ได้ และทำให้คิดกันว่าแพ้ไม่ดี เดี๋ยวสังคมจะหาว่ายอมแพ้ มันไม่ใช่ เรื่องประเทศชาติไม่ใช่สิ่งที่จะเอาชนะคะคานกัน