ข่าวต่างประเทศ

ลาวเข็ดไม่หาย.. ให้โอกาสนักลงทุนจีนเข้าทำเกษตรอีกครั้งแต่ต้องสัญญาไม่ปลูกกล้วย

บริษัทจีนแห่งหนึ่งเซ็นสัญญาเช่าที่ดินเกือบ 1,000 ไร่ กับทางการแขวงเวียงจันทน์ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา นับเป็นบริษัทแรกๆ ที่ได้รับโอกาสจากลาว เช่าที่ดินระยะยาว เพื่อลงทุนด้านการเกษตร แต่ต้องสัญญาว่า จะไม่ปลูกกล้วยโดยเด็ดขาด หากจะเป็นสวนผลไม้ผสมผสาน โดยปลูกมะม่วงเป็นหลัก และ 70% ของผลผลิตส่งขายจีน เช่นเดียวกับกล้วยหอม. — สำนักข่าวสารปะเทดลาว.

MGRออนไลน์ — ทางการลาวได้อนุญาตให้บริษัทลงทุนจากจีนแห่งหนึ่ง เช่าที่ดินเพื่อทำการเกษตรได้ ซึ่งดูจะเป็นบริษัทแรกๆ ในช่วงหลายเดือนมานี้ นับตั้งแต่รัฐบาลสั่งให้ยุติสวนกล้วยของนักลงทุนจีน ในทั่วประเทศ หลังพบว่าได้สร้างปัญหาต่อสภาพแวดล้อม และ ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน แต่ครั้งนี้มีข้อแม้ว่าฝ่ายจีนต้องให้สัญญา จะไม่ใช้ที่ดินไปปลูกกล้วยอีก

บริษัทดังกล่าวได้เซ็นสัญญาสัมปทานใช้ที่ดิน กับแผนกกสิกรรมและป้าไม้แขวงเวียงจันทน์ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยได้รับสิทธิใช้ประโยชน์จากที่ดิน 150 เฮกตาร์ (937 ไร่เศษ) เป็นเวลา 30 ปี นับแต่วันเซ็นสัญญาเป็นต้นไป เพื่อปลูกผลไม้หลายชนิด รวมเป็นมูลค่าการลงทุนราว 1 ล้านดอลลาร์ ในเขตเมือง (อำเภอ) หินเหิบ โดยเมื่อครบอายุสัญญาจะต้องคืนที่ดิน พร้อมกิจการให้ตกเป็นของรัฐ สำนักข่าวทางการายงาน

การเซ็นสัญญามีขึ้น “ขณะที่รัฐบาลลาวเพิ่งประกาศยุติโครงการปลูกกล้วยหอมทั่วประเทศ ภายหลังพบการใช้สารเคมีอันตราย” และ การเซ็นสัญญาครั้งนี้ “ນັກລົງທຶນຈີນກໍໃຫ້ຄໍາໝັ້ນສັນຍາວ່າ ຈະບໍ່ປູກກ້ວຍເພື່ອຫວັງຜົນກຳໄລ ໃນໄລຍະສັ້ນເດັດຂາດ” สำนักข่าวสารปะเทดลาวรายงาน

การลงทุนด้านการเกษตรของนักลงทุนจีนครั้งใหม่ จะเป็นการปลูกพืชไม้ผลแบบผสมผสาน คือ ปลูกหลายชนิด รวมทั้งลิ้นจี่ ลำไย และ 50% ของเนื้อที่ กว่า 900 ไร่ จะเป็นมะม่วง 70% ของผลผลิต มุ่งส่งออกไปจำหน่ายในจีน อีก 30% ที่เหลือ ส่งขายภายในประเทศ โครงการนี้มีการจ้างแรงงานท้องถิ่น 50 คนขึ้นไป แต่ใช้นักวิชาการชาวจีนเอง

อย่างน้อยที่สุด การอนุญาตให้นักลงทุนจีนสัมปทานที่ดินเพื่อการเกษตรครั้งล่าสุด ได้แสดงให้เห็นความหวาดวิตกของรัฐบาล และ การจดจำบทเรียนจากสวนกล้วยหอมของนักลงทุนจีน ที่มุ่งหวังสร้างผลกำไรอย่างรีบด่วน โดยใช้สารเร่งการเติบโต สารกำจัดวัชชพืช รวมทั้งสารฆ่ายา สารฆ่าแมลง ซึ่งบางชนิด ถูกห้ามใช้ในทั่วโลก รวมทั้งในจีนเองด้วย

ตามรายงานของสื่อทางการก่อนหน้านี้ ทางการท้องถิ่นต่างๆ ได้พบว่า สวนกล้วยจีนไม่ได้สร้างงานให้คนในท้องถิ่นเป็นจำนวนมากมายจริง และ มิใช่การจ้างงานที่ถาวร การใช้สารเคมีเป็นพิษ นอกจากจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คน สัตว์เลี้ยง และ สัตว์ที่อาศัยตามธรรมชาติ ตามลำน้ำลำธารแล้ว ยังทำลายดินไปในขณะเดียวกัน ซึ่งต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูอีก จึงจะสามารถใช้ประโยชน์จากผืนดินผินเดิมได้

คนงานกำลังล้างกล้วยหอม ในบริเวณจัดแพ็กกล่อง ภายในสวนกล้วยแห่งหนึ่งในแขวงบ่อแก้วของลาว ภาพถ่ายวันที่ 25 เม.ย.2560 รอยเตอร์กล่าวว่า ในช่วงวันเช่นนี้นักลงทุนจีน จ้ายค่าจ้างแรงงานถึงวันละ 10 ดอลลาร์ นับเป็นเงินก้อนงามทีเดียว สำหรับชาวลาวโดยทั่วไป. — Reuters/Jorge Silva.