2ตำรวจตะคอกใส่ปชช.

สั่งลงโทษ!2ตำรวจตะคอกใส่ปชช.

แชร์สนั่น !! 2ตำรวจไม่แต่งเครื่องแบบขณะปฎิบัติหน้าที่ ปชช.เข้าแจ้งความกลับถูกตะคอกใส่ ผกก.ยันลูกน้องไม่ได้เมา แค่ง่วงนอน พร้อมสั่งย้ายไปธุรการและลงโทษทางวินัย

แชร์สนั่น !! 2ตำรวจไม่แต่งเครื่องแบบขณะปฎิบัติหน้าที่ ปชช.เข้าแจ้งความกลับถูกตะคอกใส่ ผกก.ยันลูกน้องไม่ได้เมา แค่ง่วงนอน พร้อมสั่งย้ายไปธุรการและลงโทษทางวินัย

จากกรณีที่เพจดัง “เครือสหพัฒน์ แหลมฉบัง” ได้แชร์คลิปวิดีโอขณะที่ประชาชน 2 คนเข้ามาแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรหนองขาม เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 27 มิ.ย.60 แต่กลับพบตำรวจ 2 นายนอนอยู่บนหลังโต๊ะแจ้งความ จึงได้ปลุกขึ้นมา แต่เมื่อตื่นขึ้นมาตำรวจทั้งสองกลับโวยวาย ตะคอกใส่เสียงดังทั้งโรงพัก แถมยังมีท่าทางคล้ายคนเมาสุราอีกด้วย

ล่าสุด พ.ต.อ.ชนพัฒน์ นวลักษณ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหนองขาม ออกมาระบุว่า ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และได้มีการเรียกตำรวจทั้งสองนายมาชี้แจงต่อการกระทำดังกล่าว หลังจากเกิดเหตุได้นำตัวทั้งสองไปตรวจปัสสาวะ แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด จึงมั่นใจว่าตำรวจไม่ได้มีอาการมึนเมา แต่อาจมีอาการง่วงนอน เพราะขณะเกิดเหตุเป็นเวลา 03.00 น. และได้ว่ากล่าวตักเตือนไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตำรวจทั้งสองนายก็ยอมรับผิด จึงได้มีการลงโทษด้วยการสั่งย้ายให้ไปทำในฝ่ายธุรการแทน และจะเสนอต่อผู้บังคับบัญชาตำรวจภูธร ภาค 2 เพื่อดำเนินการลงโทษทางวินัยต่อไป

จับล็อตใหญ่ยาบ้า1.7ล้านเม็ดไอซ์296กก.

จับล็อตใหญ่ยาบ้า1.7ล้านเม็ดไอซ์296กก.

จับแก๊งยาเสพติด ขนยาทางภาคเหนือซุกย่านฝั่งธนฯ
วันที่ 27 มิถุนายน นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)  พล.ต.ต.จารึก ลิ้มสุวรรณ ผบก.สส.ภ.5, พล.ต.ต.ดุษฎี ชูวังกิจ ผบก.ปส.4, พ.อ.คุณากร พันธุ์ดี ผบ.ขกท.กกล.ผาเมือง ร่วมกันแถลงจับกลุ่มเครือข่ายยาเสพติด ประกอบด้วย นายศรายุทธ เอกมงคลสุข อายุ 28 ปี นายอดิศักดิ์ แก่นทองแท้ อายุ 24 ปี นายทิวัฒน์ กลิ่นอบเชย อายุ 23 ปี และนายพฤฒิชัย ไชยยงค์ อายุ 22 ปี พร้อมของกลาง ยาบ้า 1,718,000 เม็ด และยาไอซ์ 296 กิโลกรัม

นายศิรินทร์ยา กล่าวว่า การจับกุมเครือข่ายดังกล่าวสืบเนื่องจากการขยายผลจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดที่อ.เชียงแสน จ.เชียงราย และอ.นาโยง จ.ตรัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่านายทิวัฒน์ และพวกจะลำเลียงยาเสพติดจากทางภาคเหนือ มาพักไว้ที่ย่านฝั่งธนบุรี กทม.เพื่อรอจำหน่ายให้ลูกค้าในพื้นที่กทม. และปริมณฑล โดยใช้รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู สีดำ ทะเบียน 5 กศ 8466 กทม. จึงเฝ้าสังเกตการณ์บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางใหญ่ ซึ่งเป็นจุดที่ใช้รับส่งยาเสพติด จนกระทั่งพบรถยนต์คันดังกล่าว จึงสะกดรอยติดตาม พบว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้ไปรับนายศรายุทธและนายอดิศักดิ์ ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. บางใหญ่ ไปส่งบริเวณตลาดธารทอง เพื่อไปนำรถเชฟโรเล็ต สีน้ำตาล ทะเบียน 3 กญ 9468 กทม. ที่ซุกซ่อนยาเสพติดไว้ เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจค้น และพบของกลางจำนวนดังกล่าวอยู่ท้ายรถเชฟโรเล็ต

นายศิรินทร์ยา กล่าวอีกว่า จากการจับกุมดังกล่าว เป็นการป้องกันไม่ให้ยาเสพติดแพร่ระบาดในชุมชน และเขตปริมณฑล ซึ่งมีข้อสังเกตว่ายาบ้าได้ถูกนำเข้าไปจำหน่ายในชุมชน และยาไอซ์ จำนวนเกือบ 300 กิโลกรัม ได้ถูกนำไปจำหน่ายที่ประเทศออสเตรเลีย โดยเชื่อว่าผู้ต้องหากลุ่มนี้มีกลุ่มนายทุนอยู่เบื้องหลัง เนื่องจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินผู้ต้องหาพบว่ามีเงินหมุนเวียนไม่มาก หลังจากนี้ ป.ป.ส. จะนำของกลางส่งตรวจพิสูจน์ในห้องแล๊ป เพื่อตรวจหาส่วนผสมของยาเสพติดว่าผู้ต้องหาเป็นเครือข่ายของกลุ่มค้ายาเสพติดกลุ่มไหน

นายศิรินทร์ยา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ป.ป.ส.ยังมีความร่วมมือกับตำรวจออสเตรเลีย ประจำภาคพื้นเอเชียในชื่อปฏิบัติการ taskforce storm เพื่อแก้ปัญหาการยาเสพติดที่ส่งไปขายในออสเตรเลีย โดยล่าสุดเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายประเทศออสเตรเลียที่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย ทำงานในร้านอาหาร แต่มีพฤติกรรมจัดส่งยาไอซ์ใส่เครื่องกรองน้ำส่งไปรษณีย์ไปขายในออสเตรเลีย ซึ่งนายศรายุทธก็อยู่ในกลุ่มเดียวกันที่ส่งยาไอซ์ไปออสเตรเลีย หากยาไอซ์เข้าไปถึงออสเตรเลียจะมีมูลค่าสูงเกือบ 100 เท่า

หนุ่มอเมริกันปีนหน้าผา

หนุ่มอเมริกันปีนหน้าผาพลาดร่วงกระแทกพื้นสาหัส

นักท่องเที่ยวอเมริกันปีนเขาชมวิวไร้อุปกรณ์เซฟตี้พลัดตกหน้าผาที่อ่าวไร่เลย์ จ.กระบี่ ได้รับบาดเจ็ยสาหัส
วันที่  27 มิถุนายน  เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวกระบี่ รับแจ้งมีเหตุนักท่องเที่ยวพลัดตกหน้าผาที่อ่าวไร่เลย์หมู่ที่ 2 ต.อ่าวนาง หลังรับแจ้งจึงประสานไปยังการ์ดของชมรมท่องเที่ยวปีนผาอ่าวไร่เลย์ ให้เข้าทำการตรวจสอบและนำผู้บาดเจ็บออกจากที่เกิดเหตุบริเวณหน้าผาข้างโรงแรมชื่อดังขึ้นเรือเร็วของโรงพยาบาลเฟิร์สสแตนดาร์ด อ่าวนาง นำมาขึ้นที่ท่าเรืออ่าวน้ำเมา ต.ไสไทย โดยมีรถพยาบาลของ อบต.อ่าวนาง นำส่ง รพ.กระบี่ เบื้องต้นพบว่า นักท่องเที่ยวรายดังกล่าวชื่อ นายeduerdo keang อายุ 25 ปี สัญชาติอเมริกัน มีบาดแผลโหนกแก้มขวายุบ และคางมีแผลยาว 10 ซม. มีเลือดไหลออกทางจมูก แพทย์ให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

จากการสอบสวนทราบว่า ขณะเกิดเหตุนักท่องเที่ยวรายดังกล่าวได้เดินทางไปยังจุดชมวิวลากูน แล้วปีนผาขึ้นไปยังด้านบน แต่ไม่ได้ใช้เครื่องมือในการปีนผาจึงพลาดพลัดตกลงมา จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ

โต้คลื่นให้สนั่น

โต้คลื่นให้สนั่น มันส์ไปกับ KING OF FLOW

 

การแข่งขัน Flow rider ลีลา ระหว่างไรเดอร์ 12 คนที่มาห้ำหั่นผลัดกันโชว์ลีลาเพื่อคะแนนสูงสุด สมกับความเป็น KING OF FLOW
Flow Rider การโต้คลื่นสุดมันส์ เป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมทางน้ำที่ต้องอาศัยการทรงตัวให้สามารถยืนบนบอร์ดได้ และยังต้องอดทน ใช้กำลังกายกำลังใจ รวมถึงทักษะต่างๆ บังคับให้บอร์ดสามารถต้านทานคลื่นที่ถูกปล่อยออกมาด้วยความเร็วสูง
การเล่น Flow Ride นั้นสะดวกกว่าการเล่นเซิร์ฟบอร์ดที่ต้องออกไปตามหาคลื่นถึงชายทะเล เพราะสามารถเล่นได้ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างที่ Flow House Bangkok โครงการ A-Square Community Mall ซอยสุขุมวิท 26 ก็สามารถมาสัมผัสบรรยากาศคลื่นทะเลได้อย่างเต็มสตรีม มาลิ้มลองความมันส์สะใจแบบไม่ลืมหูลืมตาได้
KING OF FLOW
เมื่อวันเสาร์ที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา Flow House Bangkok จัดการแข่งขันภายใต้ชื่อ KING OF FLOW เป็นการแข่งขัน Flow rider ลีลา แข่งขันกันระหว่างไรเดอร์ 12 คนต้องห้ำหั่นผลัดกันโชว์ลีลาท่าทางของตัวเองให้ได้คะแนนสูงสุด เพื่อนำมาซึ่งชัยชนะในศึกครั้งนี้ โดย ณัฏฐ์ อมรธนานุบาล CEO ของ Flow House Bangkok เล่าถึงการจัดงานแข่งขัน KING OF FLOW ครั้งที่ 1 นี้

“เราต้องการทำให้กีฬาชนิดนี้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันนั้นก็เป็นการกระตุ้นการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ และเพิ่มผู้สนใจในกีฬาชนิดนี้ให้มากขึ้นในประเทศไทย พร้อมกันเป็นการกระตุ้นนักกีฬาให้ตื่นตัวฝึกซ้อมอยู่เสมอ เพื่อนำนักกีฬาไทยไปเทียบแนวหน้าในระดับสากลมากขึ้น แต่การแข่งขันในครั้งนี้ทางทีมงานได้ปรับกฎกติกาเล็กน้อย เพื่อความมันและความสนุกสนานของผู้ชม จากปกติเป็นการวัดคะแนนใน 1 รันหรือก็คือ 1 รอบใช้เวลาประมาณ 40 วินาที หรืออาจถึง 1 นาที ไรเดอร์ จะทำกี่ท่าก็ได้ในเวลาที่กำหนดและกรรมการจะเป็นคนให้คะแนนเอง แต่ครั้งนี้เป็นการดวลกันแบบท่าต่อท่าคะแนนต่อคะแนน แบบให้เห็นกันชัดเจน เพราะเคยเกิดเหตุระหว่างการแข่งขันนักกีฬาคนหนึ่งมีคะแนนมากกว่าเป็นฝ่ายชนะแต่กลับค้านสายตาคนดู เพราะอีกคนทำท่าได้สวยกว่า จึงเกิดกฎกติกานี้ขึ้นมา เพื่อความสนุกที่มากขึ้นและเพื่อคนชมการแข่งขัน แม้ว่าคนชมการแข่งขันไม่เป็นก็สามารถสนุกไปได้โดยดูจากคะแนนที่อัพเดตที่นักกีฬาแต่ละคนทำได้ด้วย”

การแข่งขันครั้งนี้มีด้วยกันหลายรูปแบบ เริ่มจากแข่งขันกัน 12 คน แข่งขันกันท่าต่อท่า เพื่อหา KING OF FLOW ต่อด้วยการแข่งขัน BEST TRICK SESSION คือการแข่งขันทุกคนสามารถแสดงท่าและลีลาอันเร้าใจบนบอร์ดภายใต้คลื่น 47 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใดก็ได้ 1 ท่าให้ถูกใจกรรมการใครสวยสุดรับไปเลยรางวัล เรียกได้ว่าได้รับความสนใจอย่างล้นหลามภายในงาน และณัฏฐ์ยังกล่าวอีกว่า “งานนี้เราเชิญแชมป์จากหลากหลายเวทีมาเข้าร่วมการแข่งขัน ไรเดอร์ที่เข้ามาแข่งขันทุกคนต่างกวาดรางวัลมาแล้วทั้งนั้น เรียกว่ามือโปรปะทะมือโปรเลยก็ว่าได้”

ไรเดอร์ที่คว้ารางวัลชนะเลิศในการแข่งขันไปได้คือ นักแข่งสัญชาติมาเลเซีย อย่าง Nazri Salim หรือเรียกว่า Nazri ซึ่งได้กวาดแชมป์มาหลายรายการจนได้สมญานามว่า KING OF THE ASIA NAZRI เขาเผยความรู้สึกว่า “ผมก็ตื่นเต้นนิดหน่อยที่ได้มาเจอผู้เล่นชาวไทย ครั้งนี้ผมจะไม่กลับไปมือเปล่าผมจะคว้ารางวัลกลับไปด้วย”

ซึ่งในรายการนี้ก็ไม่ได้ทำให้แฟนๆ ผิดหวังเพราะสามารถเก็บคะแนนคว้าชัยเหนือ Siva Stone’O’  นักแข่งหัวหอกชาวไทยลีลาเด็ดตามเป็นที่ 2 แม้ว่าจะกดดันแต่ในการแข่งขันก็ยังสามารถเต้นได้อย่างสนุกสนาน ซึ่งนักแข่งชาวไทยแพ้คะแนนรวมไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น การแข่งครั้งนี้เรียกเสียงเฮได้อย่างสนุกสนานจากผู้ชมในงาน

ไรเดอร์มากมายต่างมาประลองฝีมือ วาดลวดลายกันบนบอร์ดฝ่ากระแสน้ำความเร็ว 47 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกันอย่างบ้าคลั่งเพื่อคว้าชัยชนะในหลายการนี้มาให้ได้  โดยมีนักกีฬาที่น่าจับตามองหลายคนหนึ่งในนั้นคือ เนย – อิษรา สิงโต ซึ่งมีอายุเพียง 13 ปีเท่านั้น แต่ออกท่าทางลีลาได้เร้าใจ ผู้ชมการแข่งขันต่างปรบมือให้
“ผมฝึกกีฬาชนิดนี้มา 3 ปีเข้าร่วมการแข่งขันมาก็เยอะ ถามว่าตื่นเต้นไหมก็คงตอบว่าผมตื่นเต้นเล็กน้อยครับ ฮ่าฮ่า เพราะผ่านการแข่งขันแบบนี้มาเยอะมาก ปกติผมเล่นอยู่ที่ภูเก็ตครับ มาที่นี่มาเจอนักแข่งในระดับต่างๆ ก็ดีใจครับ” เนยเป็นนักแข่งจากค่าย Surf House Boardriders จากภูเก็ต ซึ่งคว้ารางวัลในรุ่นจูเนียร์มาหมดตามมาด้วยโอเพ่น และเมื่อไม่นานมานี้สามารถขึ้นที่ 9 ของโลกในระดับอาชีพได้ เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลยสำหรับเด็กอายุ 13 กับกีฬาประเภทนี้ที่ต้องใช้ทั้งพรสวรรค์และที่สำคัญคือพรแสวงอย่างการฝึกซ้อมอยู่สม่ำเสมอ

จบการแข่งขันยังมีคอนเสิร์ตร้องเพลงสดๆ กลับศิลปินแร็ปเปอร์ชื่อดังอย่าง B-king ที่มาโชว์เสียงร้องสร้างจังหวะความมันส์ให้กับงานได้อย่างสนุกสาน อีกทั้งภายในงานมีอาหารมากมายที่เตรียมรอคอยผู้เข้ามาร่วมงาน แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดในระหว่างการแข่งขัน แม้ว่าการแข่งขันจะกดดันเครียดแค่ไหน แต่นักกีฬาก็มีน้ำใจนักกีฬากอดคอตีมือกันอย่างสนุกสนาน พร้อมกับเสียงปรบมือของผู้ชมดังมาอย่างต่อเนื่อง นี้แหล่ะสีสันและความสนุกสนานภายในงาน “KING OF FLOW”

ทัวร์ริ่งไปกับฟรีรันนิ่ง

หนุ่มคนนี้ทำให้การท่องเที่ยวมีความหมายและมุมมองใหม่ เมื่อเขาท่องโลกไปกับเล่นฟรีรันนิ่ง

ทุกสถานที่ล้วนมีความงามในตัวเอง อยู่ที่ว่าเราจะใช้อะไรสัมผัส ถ้าใช้เพียงตาก็อาจจะเห็นแค่ความสวยงามภายนอก แต่ถ้ามองด้วยความเข้าใจให้ลึกลงไปกว่านั้นและยอมรับถึงสิ่งที่มันเป็น บางที เราอาจเห็นความสวยงามในมุมที่คนอื่นไม่เคยเห็นมาก่อน
นอกจากการยอมรับและเข้าใจในสถานที่ที่ไปแล้ว เขายังทำให้ทุกที่ที่ไปมีความสนุกและเสน่ห์เพิ่มขึ้นด้วยความคิดสร้างสรรค์ของเขาราวกับว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของมัน…
“กระผมคิดว่าการเล่นฟรีรันนิ่งเวลาไปเที่ยวมันทำให้สนุกขึ้นหลายเท่าตัวเลยครับ เพราะอย่างแรกเราเป็นคนชอบเที่ยวและถ่ายรูปอยู่แล้ว พอเล่นฟรีรันนิ่งได้ เราก็ไปกระโดด ไปเล่นท่าตามสถานที่ต่างๆ แล้วตั้งกล้องถ่ายเอง มันคล้ายๆ กับว่าเราทำหนังสั้นแนวแอคชั่นให้คนดูครับ”
“ต่อ” กมล ไชยศรี

ผู้ชายวัยเลข 4 กับฟรีรันนิ่ง
เกือบ 3 ปีแล้วที่ต่อเริ่มเล่นฟรีรันนิ่ง ช่วงแรกเขายอมรับว่าตัวเองเคยท้ออยู่เหมือนกัน เพราะการเริ่มในช่วงอายุ 40 ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นสภาพร่างกายหรือความรับผิดชอบต่องาน
“เราไม่ใช่วัยรุ่นแล้วเนอะ การฟื้นฟูสภาพร่างกายก็โรยราไปตามวัย บางทีวัยรุ่นเขาเล่นท่าแล้วเจ็บอาจจะใช้เวลาฟื้นฟูไม่กี่วัน แต่ถ้าเราเจ็บล่ะก็ โอ้โห เป็นอาทิตย์ บางทีหลายอาทิตย์ด้วย (หัวเราะ) ทีนี้พอเจ็บก็ทำงานไม่ได้ พอทำงานไม่ได้ก็ยังไงล่ะ เอาอะไรใช้ล่ะ (หัวเราะ) อีกอย่างคือเวลาเล่นท่าก็จะเป็นช้ากว่าเด็กๆ ด้วย เพราะเขากล้าเล่น กล้าเสี่ยงมากกว่าเลยเป็นเหตุผลที่ทำให้พวกเขาเป็นเร็วกว่าครับ บางครั้งเรายังเรียกเขาว่าอาจารย์เลย (หัวเราะ) แต่บางเรื่องกระผมก็เป็นอาจารย์เขานะ เช่น ประสบการณ์การชีวิตหรือการทำงาน เราก็เอามาแชร์กัน อีกอย่างที่กระผมประทับใจมากในสังคมฟรีรันนิ่งเลยคือ ปกติแล้วคนเราส่วนมากเวลาทำอะไรสำเร็จก็จะไปฉลองด้วยการกินเหล้ากินเบียร์กันใช่มั้ย แต่สำหรับพวกเราเวลามีใครเล่นท่ายากๆ หรือท่าที่เจ้าตัวยังไม่เคยเล่นได้ได้สำเร็จก็จะรีบมามุงดูคลิปกัน จากนั้นก็จะนำไปตัดแล้วเอามาอวดกันครับ ซึ่งนี่แหละคือมิตรภาพของพวกเรา”
ต่อบอกว่าถึงจะเคยท้อ แต่ตัวเองเป็นคนที่ถอยไม่เป็น เพราะตอนนี้ก็ยังซ้อมฟรีรันนิ่ง 2 – 3 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งหนึ่งในท่าที่เขาซ้อมมากว่า 3 ปีแล้ว แต่ยังทำไม่ค่อยได้คือ “ลังกาหลัง” และเนื่องจากเขาเคยเจ็บหนักด้วยท่านี้มาก่อน ทำให้เวลาเล่นก็มีแหยงๆ อยู่เหมือนกัน
(แต่เราเชื่อว่าวันหนึ่งเขาต้องทำได้…)

My Life Is Beautiful Thailand
เมื่อต่อเล่นฟรีรันนิ่งมากขึ้น ชีวิตของเขาก็ค่อยๆ เริ่มเปลี่ยนไป รวมถึง “การเที่ยว” ที่ต่ออยากทำให้ผาดโผนมากขึ้น สนุกมากขึ้นด้วยการปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองออกมา
“การเตรียมตัวเที่ยวของกระผมก็แทบไม่ต่างอะไรจากก่อนหน้านี้เลยครับ กระเป๋าหนึ่งใบกับ Go Pro หนึ่งตัวเราก็ออกไปลุยได้แล้ว ซึ่งการเที่ยวมันก็เหมือนเราไปพักผ่อน ที่สำคัญคือเราอยากทำอะไรให้เต็มที่สักครั้งในชีวิตด้วยครับ อย่างที่ชอบๆ เลยก็ Leh Ladakh ประเทศอินเดีย ซึ่งเมืองที่นี่มีเสน่ห์มากกก และที่พีคกว่านั้นคือกระผมได้ไปโดดที่ Pangong Lake ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่สูงที่สุดในโลกด้วย อีกที่คือปราสาทนครวัดที่กัมพูชา ยิ่งใหญ่และอลังการมากกกก ตอนนั้นก็ไปกระโดดจนฝรั่งตกใจ (หัวเราะ)”

เราอาจจะคิดว่าการที่ต่อไปเล่นฟรีรันนิ่งตามสถานที่ต่างๆ นั้น ทำไปเพราะความสนุกและคึกคะนองเพียงอย่างเดียวหรือเปล่า? คำตอบคือ ‘ ไม่ใช่’ เพราะทุกที่ที่ไป เขาต้องศึกษามาเป็นอย่างดีเสมอว่าที่ไหนเล่นได้ ที่ไหนเล่นไม่ได้ โดยเฉพาะต่างประเทศ ถ้าที่ไหนเล่นได้ เขาก็จะเล่น ที่ไหนเล่นไม่ได้ก็เคารพสถานที่ด้วยการไม่เล่น แต่ถ้าที่ไหน 50 – 50 เขาลุย !!
“พอเราเริ่มเที่ยวมากขึ้นๆ เพื่อนในเฟสก็เชียร์กันว่า เฮ้ย! ไปทำเพจสิ เที่ยวแบบเอ็งสนุกดีว่ะ เราก็เลยลองทำขึ้นมาครับ ชื่อ My Life Is Beautiful Thailand ซึ่งก็จะเป็นการรวบรวมภาพและประสบการณ์ต่างที่เราไปโดดมาให้ทุกคนได้ดู ซึ่งกระผมจะเขียนกำกับใต้ภาพเสมอว่าการทำแบบนี้เป็นความสามารถเฉพาะตัว ห้ามลอกเลียนแบบ เพราะกว่าจะทำได้แบบนี้กระผมต้องฝึกหนักมากเพื่อมาใช้ในการแสดงให้ทุกคนดูครับ”
จุดเริ่มต้นการเดินทางของเหล่าฟรีรันนิ่งรุ่นใหม่
“พี่ เที่ยวแบบพี่ต้องทำยังไงบ้าง ใช้เงินเยอะมั้ย”
ต่อมักจะได้ยินคำถามแบบนี้จากน้องๆ ที่เล่นฟรีรันนิ่งด้วยกันอยู่เสมอ ซึ่งสิ่งที่เขาทำคืออธิบายว่าการเที่ยวแบบประหยัดเป็นอย่างไร ควรจะทำอะไรบ้าง และวางแผนยังไง
“กระผมสนับสนุนเต็มที่อยู่แล้วครับ เพราะแทนที่พวกเขาจะเอาเวลาไปสำมะเลเทเมา ก็เอามาเล่นฟรีรันนิ่งแล้วออกเดินทางดีกว่า ซึ่งเราก็จะคอยแนะนำเรื่องช่องทางหาเงิน เช่น ลองถ่ายคลิปลงยูทูปซึ่งก็อาจเป็นช่องทางหนึ่งที่มีรายได้เข้ามา หรือบางทีถ้ารู้ว่าที่ไหนเปิดรับนักแสดงผาดโผนก็จะคอยส่งข่าวให้น้องๆ ครับ ไม่มีไรมาก ทำงาน เก็บเงิน เดินทาง จบ (หัวเราะ)”
อาจจะเป็นความบังเอิญหรือดีเอ็นเอของฟรีรันนิ่งก็ไม่ทราบ เพราะต่อบอกว่าเขาไม่เคยชักจูงให้น้องๆ ออกเดินทางเหมือนที่เขาทำเลย เนื่องจากทุกคนล้วนมีความฝันเป็นของตัวเอง เขาเคารพในการตัดสินใจของทุกคน แต่วันนี้สิ่งเล็กๆ ที่ต่อทำได้เริ่มจุดประกายให้เหล่าฟรีรันนิ่งรุ่นใหม่เริ่มออกเดินทางตามหาความฝันของตัวเองแล้ว…